Reader’s review

บอด : เพราะฉันมองเห็นและถูกมองเห็น ฉันจึงมีอยู่

image12

นวนิยายเรื่องนี้บรรจุประเด็นทางปรัชญาเอาไว้ให้ขบคิดหลากหลายประเด็น อะไรคือความจริง  เรารับรู้การดำรงอยู่ของโลกรอบตัวและสรรพสิ่งต่างๆ อย่างไร จนถึงเรื่องขีดจำกัดของการรับรู้ ความหมายของการดำรงอยู่และคุณค่าความเป็นมนุษย์ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างเพศชายและหญิง รวมไปถึงคำถามทางศีลธรรมที่ย้อนกลับมาตั้งคำถามถึงระบบคุณค่าที่แต่ละคนยึดถือ

หนังสือของนักเขียนไบโพลาร์โดยคนอ่านที่ยังเป็นไบโพลาร์

image13

หนังสือเล่มนี้จำลองภาพให้เราเห็นโลกของคนที่เป็นไบโพลาร์ได้อย่างมีเสน่ห์และแจ่มชัด ซึ่งสุดท้ายแล้วตัวอักษรเหล่านี้จะก่อให้เกิดความเข้าใจหรือสร้างความตระหนักอะไรได้บ้าง นั่นเป็นสิ่งที่ผู้อ่านแต่ละคนคงต้องตอบตัวเอง

กาบริแอลา กานพลู และอบเชย: เรื่องรักแหกคอกของกาบริแอลาและชุลีพร

image14

ช่วงที่ผู้เขียนกำลังอ่าน กาบริแอลา กานพลู และอบเชย กระแสมุกตลกหลวงปู่เค็มในโลกโซเชียลเรียกร้องความสนใจ จึงทำให้แบ่งเวลาจากกาบริแอลาไปค้นหาฟุตเทจเก่าๆ ของตลกคาเฟ่มานั่งดู จนมาเจอเรื่องรักระหว่างชายอายุ 78 กับหญิงสาวอายุ 28 

เริงโลกีย์ที่ปราก : เซ็กซ์เสรี (?) ในประเทศเผด็จการ

image15

โดย The MOMENTUM


นวนิยายเรื่อง เริงโลกีย์ที่ปราก ของ ฟิลิป รอธ (Philip Roth) นักเขียนอเมริกันนามอุโฆษผู้ล่วงลับ พาเราย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1976 ยุคที่กรุงปรากแห่งประเทศเชโกสโลวาเกีย ตกอยู่ใต้การยึดครองของโซเวียต เผด็จการสังคมนิยมที่ควบคุมนครแห่งนี้ไว้อย่างเบ็ดเสร็จ

แนะนำหนังสือวรรณกรรมแปลคลาสสิกและโมเดิร์นคลาสสิก

Review by Readery Podcast

โดย Readery Podcast from The Standard Podcast


รู้จักวรรณกรรมแปลคลาสสิกและโมเดิร์นคลาสสิกระดับโลกว่าหนังสือทั้ง 2 กลุ่มนี้ต่างกันอย่างไร มีเล่มไหนที่น่าอ่าน และทำไมวรรณกรรมหลายเล่มจึงมีคุณค่าข้ามเวลามาจนถึงทุกวันนี้ 

โดยสองเล่มจากไลบรารี่ เฮ้าส์ที่ถูกพูดถึงคือ ออร์แลนโด: ชีวประวัติ (Orlando: A Biography) และสตรีในกระจก: ภาพสะท้อนห้วงคำนึง และเรื่องสั้นคัดสรรอื่นๆ (The Lady in the Looking-Glass: A Reflection and other selected stories)

THE GREAT GATSBY : เอฟ. สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์

image16

โดย booooky70


ทุกคนสามารถมั่งคั่งและกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้ เป็นยุคที่ชาวอเมริกันเชื่อว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ ทว่าฟิตช์เจอรัลด์กลับตีแสกหน้าความฝันของอเมริกันชนด้วยแก็ตสบี้เสียอย่างนั้น ดังที่เราจะเห็นกันอยู่ว่าต่อให้แก็ตสบี้พยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็นกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่เพื่อที่ตนจะได้เคียงคู่กับเดย์ซีมากเท่าไหร่ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับรากเหง้าของตัวเองอยู่ดี การมองข้ามเรื่องของชนชั้นวรรณะไม่มีอยู่จริง

ORLANDO : เขียน-หญิง สู่สิ่งอื่น

image17

โดย Filmsick


หาก Orlando ของแซลลี พอตเตอร์คือ Orlando ในมุมมองแบบเฟมินิสต์ (แม้เจ้าตัวจะไม่ชอบคำนี้มากนัก) ที่เปิดเผยความเป็นอื่นของผู้หญิง และการเปิดเผยความงดงามของการเป็นเกย์ Orlando ของ Ottinger ก็เป็นเสมือนมุมมองของเควียร์ที่แผ่ขยายออกไปมากกว่าเรื่องชายหญิง ไปสู่ชีวิตของคนชายขอบที่มีมุมมองต่อโลกแบบที่ ‘เบี่ยงเบน’ ไปจากบรรทัดฐานของรักต่างเพศ ตั้งแต่ระดับกายภาพ วิถีทางเพศ ไปจนถึงโลกทัศน์ และวัฒนธรรมที่ต่างออกไป การเป็น fetish เป็นคนพิการ เป็นคนแคระ เป็นคนบ้า เป็นตุ๊ด เป็นสิ่งที่ถูกเบียดขับออกไป

“ออร์แลนโด : ชีวประวัติ” การตื่นขึ้นของพรมแดนทางเพศอันพร่าเลือน

image18

โดย  the paperless


เรื่องราวของเวอร์จิเนีย วูล์ฟ จึงไม่ได้เป็นแค่นวนิยาย แต่เธอมักผสมส่วนที่มีความเป็นประวัติศาสตร์นิพนธ์เพื่อบันทึกความเปลี่ยนแปลงทางความคิด สังคม วัฒนธรรม การเมืองในประเทศอังกฤษเอาไว้ โดยเฉพาะในเรื่องนี้ที่ตัวเอกมีชีวิตอยู่ถึงสามร้อยปี เธอเองย่อมมิใช่คนเดียวที่มีแนวคิดทางเพศแตกต่างจากขนบ แต่ข้อจำกัดทางยุคสมัยทำให้เป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยปากพูดกันอย่างตรงไปตรงมา 

Bell jar : ในกรงแก้วที่ครอบเราไว้

image19

โดย ManyMilds


สิ่งที่เราชอบสำหรับเล่มนี้ เราเห็นโลกผ่านมุมมองของเอสเทอร์ได้อย่างชัดเจน ชัดมากและเข้าใจมาก เรียกว่าอินหนักก็ว่าได้ หากจะให้พูดตรงๆอาจจะเพราะเราก็คงติดอยู่ในกรงแก้วอยู่ไม่ต่างกัน ฉากเรื่องเล่าต้นมะเดื่อนั้นอธิบายความรู้สึกได้ตรงกับความรู้สึกเราเป๊ะ อ่านเสร็จแล้วช๊อคเลยค่ะ

ORLANDO : A BIOGRAPHY “ราวกับว่าไม่ได้อยู่ในเพศหนึ่งเพศใด”

image20

โดย  ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย 


ORLANDO : A BIOGRAPHY นับเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของวรรณกรรมในศตวรรษที่ 20 ที่นำเสนอประเด็นอัตลักษณ์ทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศผ่านงานเขียนแบบกระแสสำนึก ที่นอกจากจะถ่ายทอดความคิดของตัวละครได้อย่างละเอียดลออลึกซึ้งแล้ว ยังสุดโต่งด้วยการเปลี่ยนร่างกายตัวละครจากชายกลายเป็นหญิง แล้วค่อยๆ อธิบายการเปลี่ยนผ่านของลักษณะนิสัยและวิธีคิดของตัวละคร

นม: ปรารถนากลับกลาย

image21

โดย  แมท ช่างสุพรรณ 


ผมไม่รู้ว่าร็อทเขาเขียนเรื่องนี้ด้วยแรงบันดาลใจจากไหน แต่ผมจะลองคิดถึงมันดู ก่อนอื่นผมต้องยอมรับก่อนเลยว่าผมอ่านหนังสือเล่มบางๆ นี้หลายรอบมาก มันเหมือนเล่มเกมความคิด แต่ละรอบก็ให้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมสักครั้ง เหมือนมันมีความท้าทายหลายอย่างให้ค้นหา แต่พอคิดว่าหาเจอแล้วก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดว่าหาเจอนั้นใช่สิ่งที่ต้องการหาหรือไม่ 

Breakfast at Tiffany's/มื้อเช้าที่ทิฟฟานีส์

image22

โดย Detached Girl


สำหรับคำถามที่ว่าทำไมมิสฮอลลีถึงต้องเดินทางตลอดเวลา จริงๆ แล้วไม่ใช่เพราะเธอชอบการเดินทางหรอก แต่เป็นเพราะเธอได้ละทิ้งที่ที่เธอจากมาแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินทางหาจุดหมายของเธอไปเรื่อยๆ แม้ว่าจุดหมายนั้นจะเป็นสิ่งนามธรรมอย่างเช่นชีวิตที่สุขสบาย และเพราะมิสฮอลลีไม่มีบ้านให้กลับ เธอจึงใช้ร้านทิฟฟานีส์ที่เธอโปรดปรานเป็นที่ยึดเหนี่ยวถึงสาเหตุที่เธอจากมาและเป้าหมายที่เธอต้องการจะไปอยู่เสมอ

[Book Talk] เตแรส เดสเกรูซ์ - ฟรองซัวร์ โมริยัค

image23

 โดย Little_O


ความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจค่อยๆ กัดกินเราอย่างเงียบเชียบและเรียบเรื่อย กว่าจะรู้ตัวมันก็ปั่นประสาทและความมั่นคงทางอารมณ์ของเราไปพักใหญ่แล้ว ไม่ต่างจากที่เตแรสจะตระหนักแทบในนาทีสุดท้ายว่าชีวิตที่เธอเผชิญนั้นได้ทำลาย “ชีวิต” ที่เป็นของเธอเองไปมากแค่ไหน คนเขียนเก่งเหลือเกินที่ถ่ายทอดภาพของการกดขี่และความเหลื่อมล้ำทางเพศออกมาอย่างสมจริงในความรู้สึกเรามากที่สุด

“เรื่องเล่าของสาวรับใช้” ผู้หญิงกับสัญลักษณ์ที่ถูกกำหนด

image24

โดย Tonkit


ความรู้สึกของการอ่าน “เรื่องเล่าของสาวรับใช้” นั้นจะค่อย ๆ เพิ่มจินตนาการให้เราไปเรื่อย ๆ เนื้อหาดำเนินไปอย่างไม่เร่งร้อน แต่จะค่อยเพิ่มความกดดันให้เราไปเรื่อย จนกระทั่งถึงช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นด้านมืดของสังคมที่หลายคนคิดว่าเป็นสังคมอุดมคติ แต่แท้จริงแล้ว เป็นได้แค่สังคมที่ซุกซ่อนเอาความเลวร้ายเอาไว้ใต้พรม และไม่สามารถหาทางออกได้

‘Amerika’ ความโดดเดี่ยวอันสมบูรณ์แบบของ Franz Kafka

image25

โดย Kalil Pitsuwan


ผ่านนวนิยายเรื่องนี้ Kafka ได้แสดงให้เห็นถึงสภาวะจำยอมและไร้ทางสู้อย่างที่สุด ที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถจะประสบได้ โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้คุ้นเคยแต่อย่างใด เป็นคนนอกและพลเมืองชั้นสองโดยสมบูรณ์ พูดอีกอย่างได้ว่า Amerika คือนวนิยายที่ฉายให้เห็นความผิดปกติของโลกสมัยใหม่ ที่อำนาจรัฐไม่เพียงจะเข้ามาแทรกแซงชีวิตของปัจเจก ควบคุมและจัดระเบียบ จนความเป็นมนุษย์ได้ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นอะไรอื่นที่ยากเกินจะเข้าใจ

[Book Talk] The Handmaid's Tale เรื่องเล่าของสาวรับใช้

image26

โดย Little_O


ในเวลาที่อำนาจจะหวนกลับมาอยู่ในมือคุณ เป็นเวลาที่คุณจะได้ก้าวออกมาจากช่องว่างของเรื่องราว หากความกล้าและความหวังอาจไม่มีเครื่องหมายเท่ากับชัยชนะเสมอไปแต่เป็นที่มั่นสุดท้ายที่คุณจะสามารถออกมาทำอะไรบางอย่างได้ คุณจะกุมอำนาจในมือแล้วใช้มันเพื่ออะไร?  เธอใช้มันเพื่อส่งต่อความหวังและเรื่องราวของอำนาจที่เราไม่ควรวางใจผ่านเรื่องเล่านี้

วิจารณ์หนังสือ : เรื่องเล่าของสาวรับใช้ อ่านแล้วสงสัยเรื่องสิทธิเสรีภาพและความหมายของเพศหญิง

image27

โดย ทีมงานนักเขียนเด็กดี (dek-d.com)


การอ่านหนังสือเรื่องนี้ ทำให้เราอดคิดถึงแนวคิดของมาร์กซ์ ไม่ได้ มาร์กซ์บอกว่า สังคมแบ่งเป็นสองชนชั้นเสมอ คือชนชั้นสูงกับชนชั้นล่าง และแน่นอนว่าชนชั้นล่างก็จะโดนกดขี่อยู่ร่ำไป จนกระทั่งทนไม่ไหว ก็จะลุกฮือขึ้นมาสักที มันทำให้เราสงสัยว่า... จะมีสักวันไหม ที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข โดยไม่ต้องมีใครเป็นผู้ปกครอง และไม่ต้องมีใครเป็นผู้ถูกปกครอง...? 

การเมืองเรื่องโกโก้และสันดอนทราย ใน ‘กาบริแอลา กานพลู และอบเชย’

image28

โดย ณัฐกานต์ อมาตยกุล (The Momentum) 


อย่าเพิ่งคิดว่านี่เป็นหนังรักที่จะจบตามสูตร เพราะไม่มีคนดีอยู่ในความรัก ความเจ็บปวดที่ใครคนหนึ่งเป็นสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าเธอหรือเขาคือตัวร้ายของความสัมพันธ์


ปัญหาของเรื่องนี้มีอยู่ว่า กาบริแอลาไม่เคยเป็นของใคร และไม่เข้าใจระบบคิดของการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแห่งความปรารถนา ... แต่สิ่งหนึ่งที่เธอทำไม่ได้ และไม่อาจเข้าใจได้ คือการอยู่ในกรงขังของความสัมพันธ์

สวัสดี, มื้อเช้าที่ทิฟฟานีส์

image29

โดย จารุรัตน์ เทศลำใย


นวนิยายขนาดสั้นเรื่อง Breakfast at Tiffany’s หรือในชื่อไทยที่ว่า มื้อเช้าที่ทิฟฟานีส์ พร้อมหน้าปกสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใสที่ชวนให้นึกถึงร้านเครื่องประดับซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่อง หากเปรียบกับเรือขนส่งทางไกล Breakfast at Tiffany’s ได้เดินทางเทียบท่าเรือประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ด้วยฝีมือแปลจากนักเขียนผู้เปี่ยมไปด้วยฝีมือและประสบการณ์อย่าง โตมร ศุขปรีชา

The Handmaid’s Tale กับโลกดิสโทเปียของผู้หญิงในสังคมเผด็จการเบ็ดเสร็จ

image30

โดย Kalil Pitsuwan


ตัว Atwood เองเคยกล่าวไว้ว่า การที่เธอเลือกเขียนงานแนว Dystopia แต่เล่าผ่านน้ำเสียงและมุมมองของผู้หญิง ไม่ได้ส่งผลให้งานเขียนชิ้นนี้กลายเป็น Feminist Dystopia โดยทันที และในทางหนึ่งสิ่งที่ Atwood สนใจและพาเราสำรวจผ่านวรรณกรรมเล่มนี้ คือระบบเผด็จการเบ็ดเสร็จนิยมในสังคมหนึ่ง ซึ่งกำหนดสถานะของผู้หญิงให้เหลือเพียงกระจิริดกระจ้อยร่อยเท่านั้น

กาบริแอลา กานพลู และอบเชย เมื่อวรรณกรรม รักษาประวัติศาสตร์ไว้ให้คนทั้งโลกได้ประจักษ์

image31

โดย pimnichakan (Book MThai)


ด้วยเนื้อที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ของ Jorge Amado Cultural House  (ก่อตั้งในปี 1929) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองอิลเญวส์ เปิดให้ผู้มาเยี่ยมชมได้ดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์และตามรอยวรรณกรรมเรื่องดัง อย่าง GABRIELA, CRAVO E CANELA พร้อมสอดแทรกวัฒนธรรมโบราณ ทั้งวรรณคดีและศิลปวัฒนธรรม ผ่านมุมมองชีวิต ของ Jorge Amado นักเขียนระดับตำนาน ผู้รักษาประวัติศาสตร์เมืองนี้เอาไว้จวบจนปัจจุบัน

The Handmaid's Tale เรื่องเล่าของสาวรับใช้ - Margaret Atwood

image32

โดย Froggie


สิ่งที่ทำให้เราอ่านได้จนจบ (ด้วยความเร็วสูง) คืออยากรู้ว่าโลกมันจะบัดซบได้ถึงขนาดไหน ผู้เขียนค่อยๆแพลมออกมา สับขาหลอก เล่าเรื่องตัดสลับโดยไม่บอกล่วงหน้า ก็พยายามแกะรอยตามไปเรื่อยๆ วิธีการเขียนแบบมุมมองบุคคลที่ 1 ก็ช่วยให้เราเข้าใจถึงสภาวะจิตใจของคนที่อยู่ในสถานการณ์กดดันบีบคั้นได้ดี ตรงนี้ผู้เขียนเก่งมาก 

Review: The Ballad of the Sad Cafe

image33

โดย ปาริฉัตร แทนบุญ


สำหรับนวนิยายขนาดสั้นเรื่องนี้ ขอให้คะแนนในระดับ 4 ดาว แม้ช่วงแรกๆ อ่านแล้วอาจจะรู้สึกหนืด เนิบเกินไปจนถึงขั้นน่าเบื่อ แต่พอได้ลองดำดิ่งลงไปสักพักก็เหมือนเพิ่งจุดเครื่องติด การปูเรื่องมาด้วยการกล่าวถึงมิสอมีเลีย หญิงสาวผู้มีปริศนาในชีวิตอันหม่นหมองมากมาย รวมไปถึงบรรยากาศแวดล้อมในเรื่องที่แผ่รังสีความโดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงาออกมาแล้วกลับทำให้รู้สึกจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีก็เปิดมาถึงหน้าสุดท้ายแล้ว

สำรวจความหมายของอิสรภาพและความเป็นปัจเจกชนที่ถูกกลืนกินทำลาย ใน The Handmaid’s Tale

image34

โดย The Paperless


ลองนึกภาพตาม คุณเป็นผู้หญิง เป็น “สาวรับใช้” คุณเป็นคุณ แต่คุณไม่ใช่ใครเลยนอกจากทรัพย์สินของใครบางคน ในอาณาจักรที่ถูกควบคุมอย่างเคร่งครัดโดยระบบอันรัดกุม ที่ซึ่งกฎเกณ์ทางศาสนาคือความถูกต้อง และภารกิจอันยิ่งใหญ่ของคุณก็คือการ “ผลิตทรัพยากรมนุษย์” 

คุณไม่มีชื่อ และไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งจะเรียกร้องตัวตนด้วยการมีชื่อ เพราะคุณเป็นสมบัติของผู้อื่น

หัวใจคือนักล่าผู้ว้าเหว่ กับ 10 ข้อที่ต้องแสดงความนับถือ

image35

โดย สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย


10. ด้วยความหนาเกือบ 400 หน้าในฉบับแปลเป็นภาษาไทยโดย สำนักพิมพ์ไลบรารี่ เฮ้าส์ คาร์สัน แม็คคัลเลอร์ส เขียนนวนิยายเล่มนี้ของเธอจบในวัยเพียง 23 ปี

9. หัวใจคือนักล่าผู้ว้าเหว่ นับเป็นนวนิยายที่มุ่งต่อสู้ผลักดันประเด็นทางสังคมอย่างเข้มข้นและเอาจริงเอาจัง จึงไม่อาจเข้าใจเป็นอื่นนอกจากว่า นักเขียนหญิงจากสหรัฐอเมริกาคนนี้ เป็นนักเขียนหัวก้าวหน้าอย่างแท้จริง

ใช่, การร่วมเพศ

image36

โดย ทราย เจริญปุระ


การร่วมเพศ ไม่ใช่การร่วมรัก ไม่มีพื้นที่ให้อะไรลึกซึ้งละเอียดอ่อนเช่นนั้น ขอแค่ความลุ่มหลงมัวเมา กายเนื้อสัมผัสบดเบียดกันในบรรยากาศของดำฤษณา ลุ่นๆ ทื่อๆ ตรงไปตรงมา

แต่สิ่งที่ อนาอิส นิน เขียนออกมา นอกจากจะเป็นจินตนาการถึงสิ่งแวดล้อมอันเป็นกวี แดดอุ่นยามสาย รอยแยกชื้นแฉะในพื้นที่สงวนและหนั่นเนื้อของคู่สวาทแล้ว ตรงพื้นที่ซึ่งปราศจากฉากการร่วมรัก กลับสะท้อนถึงผู้หญิงได้หลากหลายแบบ

Delta of Venus

image37

โดย LiliGerda


การอ่านหนังสือเล่มนี้จึงเหมือนเอาผ้ามาเช็ดกระจกหน้าต่างให้มองเห็นภาพภายในห้องนอนชัดเจนขึ้นเพราะหนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่ตีแผ่อารมณ์เบื้องลึกและสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ให้เราได้เรียนรู้อย่างแจ่มชัดว่าจริงๆแล้วเซ็กส์เป็นสิ่งธรรมดาสามัญ เป็นธรรมชาติ เป็นอิสระ ไม่มีรูปแบบที่แน่นอนตายตัว มันจะเปลี่ยนรูปร่างได้เสมอเหมือนกับน้ำ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ขึ้นอยู่กับมนุษย์หรือสัตว์หรืออะไรก็ตามที่ควบคุมและกำหนดทิศทางของเซ็กส์ให้เป็นไปตามที่ต้องการ อ่านจบทำให้เรานึกถึงประโยคหนึ่งที่เคยผ่านตามาหลายครั้งคือ 'sex is a part of nature' 

มื้อเช้าที่ทิฟฟานีส์ (Breakfast at Tiffany's)

image38

โดย เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา


"ฉันขอเป็นมะเร็งดีกว่ามีหัวใจที่ไม่ซื่อสัตย์"       

ประโยคที่ชวนให้กระตุกใจคิดตามนี้หลุดออกมาจากปากของมิสฮอลิเดย์ โกไลต์ลี หญิงสาวแสนสวยผู้มีหัวใจรักความอิสระเสรีที่ไม่ยอมถูกร้อยรัดผูกมัดอยู่กับสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก ซึ่งเธอก็ช่างมาได้จังหวะพอดีกับยุคที่เราต้องเลือกเป็นตัวเองแล้วมีคนไม่ชอบ หรือพอพยายามเป็นคนที่ใครๆ ชอบ ก็ดันรู้สึกว่าไม่เป็นตัวเอง

เพราะหัวใจคือนักล่าผู้ว้าเหว่

image39

โดย SHN


ทุกวันนี้เราอยู่กับโลกที่เต็มไปด้วยคนที่อยากพูด แต่ไร้ซึ่งผู้ที่อยากฟัง แต่ถึงแม้จะมีคนฟังก็ฟังเพียงแค่ต้องการตัดสินใจว่าสิ่งที่ตนเองกำลังได้ยินอยู่นั้นมันถูก ผิด ดี เลว หรือสมควรไม่สมควรอย่างไร
มากกว่าจะฟังเสียง "หัวใจของกันและกัน"
มากกว่าจะรับรู้ว่าเขารู้สึกอะไร
มากกว่าจะอยากรู้ว่าเขาเศร้า เขาเสียใจ หรือเปลี่ยวเหงากับเรื่องราวเหล่านั้นแค่ไหน

โยเซฟิเนอ นักร้องสาวหรือประชากรหนู และเรื่องสั้นคัดสรรอื่นๆ : จิ๊กซอว์ตัวตนและความมืดหม่นของคาฟคา

image40

โดย ณวรา หิรัญกาญจน์


ไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจ แต่รวมเรื่องสั้น 6 เรื่องของ ฟรานซ์ คาฟคาในเล่มนี้ช่างเรียงตัวกันเป็นไทม์ไลน์เหมาะเจาะจนกลายเป็นจิ๊กซอว์ต่อเติมภาพของนักเขียนหนุ่มผู้ดิ้นรนสร้างสรรค์งานอันเป็นเอกลักษณ์จนถึงขั้นมี adjective เฉพาะให้งานสไตล์คลุมเครือ มืดหม่น เน้นการตีแผ่ภาวะอารณ์ข้างในว่า ‘คาฟคาเอสก์’ (Kafkaesque) 

ช่างเครื่องในคาฟคา

image41

โดย Nalanda


เช่นเดียวกับนิยายเรื่อง ปราสาท (Das Schloss, 1926) ตัวละครของคาฟคามักมีพื้นที่อันถูกร้อยรัดจำกัดอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง เรามักหาได้รู้รูปโฉมทางกายภาพตัวละครเท่าใดนัก แม้กระทั่งชีวประวัติพื้นหลังตัวละครก็แทบจะเลือนราง ทรงจำและความชอบ ปมทางจิต พื้นที่ของตัวละครในการแสดงเรื่องเหล่านี้ถูกจำกัดอย่างน่าอึดอัด ทว่ากลับทำให้ตัวละครมีความลึกพอๆ กับตัวละครในนิยายอันมีพื้นที่การแสดงสิ่งเหล่านี้ออกมาอย่างเต็มเปี่ยม

Editor’s Pick : กุหลาบแด่เอมิลี และเรื่องสั้นคัดสรรอื่นๆ

image42

โดย The Paperless


ผู้อ่านชาวไทยอาจเคยได้ยินหรือเห็นงานแปลนวนิยายของนักเขียนระดับโลกดีกรีรางวัลโนเบลอย่าง “วิลเลียม โฟล์คเนอร์” มาบ้าง แต่สิ่งที่น่าสนใจและผู้อ่านบางท่านอาจยังไม่ทราบคือ นอกจากนวนิยาย ชั่วชีวิตของชายผู้นี้ยังมีเรื่องสั้นกว่า 120 เรื่อง และยังคงเป็นเรื่องสั้นต้นแบบในการศึกษาเรื่องสั้นอเมริกันจนถึงปัจจุบัน        

หัวใจคือนักล่าผู้ว้าเหว่กับดนตรีของมิค

image43

โดย Anomia


มิค เด็กหญิงจนๆ จึงถึงกับยอมอดอาหารกลางวัน และใช้เงินค่าอาหารจ่ายให้เพื่อนนักเรียนอีกคนหนึ่ง เพื่อให้เขาสอนเปียโนและการอ่านโน้ตเพลงให้ เราจึงเห็นได้ชัดเจนว่าเสียงดนตรีสำหรับมิคเป็นสิ่งพิเศษมหัศจรรย์ ที่เธอสามารถสัมผัสได้ทันทีจากประสบการณ์การฟัง “ครั้งแรก” โดยไม่ต้องเรียนรู้มาก่อน เป็นความงดงามพิเศษเฉพาะตัวที่มีอำนาจเหมือนมนตร์ขลังอันไม่อาจอธิบายได้ง่ายๆ

Breakfast at Tiffany's ; มื้อเช้าที่ทิฟฟานีส์

review: Breakfast at Tiffany's

โดย งูน้อยบนชั้นหนังสือ


"ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ" น่าจะเป็นข้อความที่เหมาะสมกับหนังสือเล่มนี้ที่สุดแล้ว

ฮอลิเดย์ โกไลท์ลี่ย์ และเรื่องราวแห่งการเดินทางของเธอยังไม่จบลง ทุกอย่างวนเวียนรอบตัวเธอสะท้อนให้เราเห็นออกมาเป็น "มื้อเช้าที่ทิฟฟานีส์" เล่มนี้ แต่ตัวละครยังคง "อยู่ระหว่างการเดินทาง" ตลอดเวลา

ร้านกาแฟ และ “บ้าน” ที่น้ำซึมเข้ามา

review: The Ballad of the Sad Café

โดย ทราย เจริญปุระ


ความรักเป็นประสบการณ์ร่วมระหว่างคนสองคน แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นประสบการณ์ร่วม มิได้หมายความว่าสองคนที่เกี่ยวข้องในความรักนั้นจะมีประสบการณ์เดียวกัน มีคนที่เป็นผู้รักและผู้ถูกรัก…บ่อยครั้งที่ผู้ถูกรักเป็นเพียงสิ่งกระตุ้นความรักทั้งมวลที่ถูกกักเก็บไว้ ซึ่งฝังตัวเงียบเชียบภายในผู้รักมาเนิ่นนาน และผู้รักทุกคนรู้เรื่องนี้ดี

ม า เ รี ย น น า : Dacia Maraini เขียน นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ แปล

image44

โดย ภูพเยีย


ความเงียบปกคลุมมาเรียนนา เป็นความเงียบที่เงียบสงัดและว่างเปล่า ในมือของเธอมีนวนิยายรักเล่มหนึ่ง ผู้ประพันธ์บอกว่า ถ้อยคำนั้น เราต้องใช้สายตาเก็บเหมือนพวงองุ่นที่ห้อยอยู่ แล้วใช้ความคิดที่หมุนไปเหมือนการหมุนของหินโม่แป้งคั้นน้ำออกมาจนแผ่ซ่านไปในเส้นเลือด นี่ใช่ไหม การเก็บเกี่ยววรรณกรรมอันสูงส่ง

หากคุณไม่อยากถูกลืมทันทีที่คุณจากไป คุณต้องเขียนสิ่งที่มีค่าพอให้คนอ่าน...

review: Carson McCullers

โดย candidebooks


คาร์สัน แม็คคัลเลอร์ส ใช้ชีวิตเช่นนั้นตามที่เธอกล่าว โดยการทิ้งงานเขียนชิ้นเยี่ยมมากมายไว้ให้เราได้อ่าน จนวันนี้ ในปีที่วันเกิดครบรอบ 100 ปีของเธอพ้นไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา งานของเธอก็ยังอยู่ในใจคนอ่านทุกคนเสมอ เธอไม่เคยถูกลืม

The Ballad of The Sad Café

review: The Ballad of The Sad Café

โดย Readery


คาร์สัน แม็คคัลเลอร์ส เขียนเรื่องนี้ขึ้นในปี 1942 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สามีของเธอ รีฟ แม็คคัลเลอร์ส ทิ้งเธอไปอยู่กับเดวิด ไดมอนด์ นักแต่งเพลง เธอจึงอุทิศเรื่องนี้ให้แก่เขา ผู้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเธอ โดยแรงบันดาลใจต้นเรื่องมาจากการได้เห็นคนแคระคนหนึ่งในบาร์ย่านบรูกลินของนิวยอร์

Breakfast at Tiffany’s แม้กรงขังทองคำก็มิอาจจองจำใจฉันได้

review: Breakfast at Tiffany’s

โดย booooky70


ตลอดทั้งเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนขนนกที่ปลิดปลิวลอยตามลมไร้จุดหมาย เหมือนตัวมิสฮอลิเดย์อยากจะถามเรากลับว่า ‘คุณรู้อดีตของฉันแล้วยังไงต่อเหรอ? ฉันก็ไม่ได้จะปกปิดนี่นาและก็ไม่แคร์อยู่แล้วว่าคุณจะคิดยังไง’ บอกตามตรงว่านี่เป็นอะไรโดนใจเรามากๆ เธอยืนหยัดในความเป็นเธอและไม่ยอมให้ใครอื่นมามีอิทธิพลหรือขัดขวางการสยายกางปีกของเธอได้เลย

The Ballad of The Sad Café

image45

โดย โลกในมือนักอ่าน


ทั้งไอแซค ไดนีเสน และคาร์สัน แม็คคัลเลอร์ส ทั้งคู่มีกันและกันเป็นนักเขียนในดวงใจ

ไดนีเสน จัดให้ The Heart is a Lonely Hunter เป็นหนังสือเล่มโปรดของเธอ

แม็คคัลเลอร์ส มีธรรมเนียมว่า จะหยิบ Out of Africa ออกมาอ่านใหม่อีกครั้งทุกปี

เนินนางวีนัส

image46

โดย Oil Woramon


เนินนางวีนัสนี้ดีตรงที่ เป็นเรื่องสั้นที่ทุกเรื่องในเล่มมีจุดมุ่งหมายเดียวคือฉากอย่างว่า ดังนั้นไม่ต้องวางโครงเรื่องใส่ปมทางจิตใจมาให้รุงรังซับซ้อน ทุกตัวเงี่ยนเหมือนกันหมด และการที่เนื้อหามันแช่อยู่ตรงนั้นนานมากพอ ทำให้เราเห็นได้ว่ามันค่อยๆ ไต่ขึ้นไปสู่จุดสุดยอดอย่างไร นี่คือสิ่งที่การดูหนังให้ไม่ได้ 

Flowers for Mrs.Harris

review: Flowers for Mrs.Harris

โดย sunamanee

เรื่องราวของแม่บ้านรับจ้างชาวลอนดอน มิสซิสเอด้า แฮรีส ที่มีชีวิตที่แสนจะธรรมดา แต่เธอกลับมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นเจ้าของชุดราตรีแสนวิจิตรมูลค่าหลายร้อยปอนด์ของสำนักตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูง คริสเตียง ดิออร์ ซึ่งแม้แต่ผู้หญิงทั่วไปยังไม่อาจคิดฝันเช่นเดียวกับเธอ

รีวิวหนังสือ: เนินนางวีนัส, Anaïs Nin

image47

โดย thisisnotmary maryist


"คนเราช่างดูแตกต่างได้เพียงไหนระหว่างยามใช้ชีวิตปกติกับตอนร่วมรัก”

เนินนางวีนัสเป็นนิยายอีโรติกเรื่องหนึ่งที่เราคิดว่าคนที่ชื่นชอบนิยายประเภทนี้ควรหามาอ่านและมีไว้ในครอบครอง เนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตเซ็กส์ของสามัญชน ศิลปิน โสเภณีชาวฝรั่งเศส ใช่... ชีวิตเซ็กส์ เพราะทั้งเรื่องผู้อ่านจะได้รับรู้เรื่องราว บริบท ความสัมพันธ์สวาทของตัวละคร ทุกท่วงท่า ทุกแรงปรารถนา ซึ่งทำให้เรารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง 

Génitrix เมื่อผู้ตายกำชัย ใน 'มาตา'

image48

โดย ManualEyeko minimore


เมื่อสถานะของผู้ตายถูกสับเปลี่ยนขึ้นมามีบทบาทอย่างเต็มภูมิ การได้รับความสามารถพิเศษจากความตายในการเปลี่ยนจาก "การดำรงอยู่" ในหลักแหล่งพักพิงอาศัยอย่างที่มนุษย์จะอยู่ได้ กลายเป็น "การสิงสู่" อยู่ได้ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นในสวน ในรูปภาพ หรือแม้แต่ในความทรงจำของตัวบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่

”มื้อเช้าที่ทิฟฟานี่ส์” (Breakfast at Tiffany's)

image49

โดย Readery


ในขณะที่คนทั่วไปคาดหวังความมั่นคงและการลงหลักปักฐานกับใครสักคนในชีวิต แต่มิสฮอลลี่ยังคงล่องลอยอยู่ระหว่างการเดินทาง อย่าเพิ่งตัดสินว่าเธอไม่รู้จักความรัก เพราะคุณค่าของความรักของแต่ละคนไม่เหมือนกัน